Monday, 26 February 2024

ลูลู่-ลาล่า ร่ำไห้เคลียร์ใจวงแตก โดนตราหน้าเนรคุณ อี๊ด เผยเคยติดคุกที่ฝรั่งเศส

อี๊ด เปิดเหตุผลทำไมโปงลางสะออนวงแตก ย้อนเล่าติดคุกที่ฝรั่งเศส ลูลู่-ลาล่า ร่ำไห้เคลียร์ใจ โดนตราหน้าเนรคุณ ลั่นไม่เคยลืมบุญคุณ

กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในรอบ 10 ปี สำหรับ อี๊ด, ลาล่า และ ลูลู่ แห่งวงโปงลางสะออน ซึ่งงานนี้ทั้ง 3 คนมาเปิดใจถึงเหตุผลที่สาวๆ ตัดสินใจออกจากวง แถมยังโดนตราหน้าว่าเนรคุณ ไม่น่ารัก ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องOne31 ที่มี เบนซ์ พรชิตา และชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกร

บางคนยังถาม ตอนนั้นที่แยกกัน เขาแยกกันทำไม? ลาล่า : “หนูอยู่กับพี่อี๊ดมานานเป็น 10 ปี ก่อนที่จะเซ็นสัญญาด้วยซ้ำไป มันเหมือนเราเห็นทุกอย่าง จนเราอิ่มกับเขา สนุกไปกับเขา มันถึงเวลาที่ต้องแยกย้าย เราต้องโตไปอีกสเต็ปนึงแล้ว”

อี๊ด : “มันมี 2 แบบ ตอบแบบดารา หรือแบบความจริง ถ้าดารา”

ลาล่า : “เนี่ยเราเป็นแบบนี้”

อี๊ด : “แล้วความจริง”

ลาล่า : “พี่อี๊ดอมเงิน”

แล้วความจริงจากคนนี้ล่ะ? ลูลู่ : “มันก็เรื่องเดียวกัน เรื่องเงิน ไม่ใช่หรอก ถ้าสมมติเราเรียนอยู่ประถม มันก็ต้องไปมัธยม ขึ้นไปเรื่อยๆ อยู่แล้ว มันต้องอยากเปลี่ยนโรงเรียนบ้าง แต่บังเอิญพ่อเราหวง ไม่ให้ไปนู่นไปนี่ ต้องไปตามทางของเขา”

ลาล่า : “ต้องรายงานตัวแม้กระทั่งจะมีแฟน ครอบครัวของทุกบ้าน 20 กว่าชีวิต อยู่ในใจเขาหมด เขาจะเข้าไปดีไซน์ เข้าไปดูแล”

มีแฟนไม่ได้เลยเหรอ? อี๊ด : “มันไม่ขนาดนั้น ผมกำลังมองว่าคนที่เข้ามาจีบน้องๆ ส่วนมากจะมาแบบฉาบฉวยส่วนมากก็ไป ผมมองว่าตอนนี้ทำงานเก็บเงินก่อน ถึงมีหนูก็ไม่ได้อยู่กับเขา ต้องเดินทางไปตลอดทุกวัน ที่สำคัญมันจะห่วงจะหวง เราดูแลก็ลำบาก คนในวงก็ไม่อยากให้เป็นแฟนกันด้วย เวลาเล่นคอนเสิร์ตเสร็จก็ห้ามไปเที่ยวไหนต่อ พอมีปัญหาขึ้นมา มันมีนามสกุลโปงลางสะออน ช่วงนั้นมันต้องดูแลภาพลักษณ์ให้บริษัทด้วย ให้วงด้วย มันไม่ใช่ห้ามหรอก มันเป็นกฎ”

ลาล่า : “ตอนนั้นเราไม่เข้าใจเขาด้วย เรารู้สึกว่าทำไมต้องหวงต้องห่วง”

อี๊ด : “เวลาคนไหว้หรือคนทักต้องรีบหันรีบไหว้ ต้องบอกเขาหมดเลย”

อึดอัดจน 2 คนมานั่งคุยกันไม่อยากอยู่แล้วโปงลางจะลาออก ไปบอกพี่อี๊ดยังไง? ลูลู่ : “ตอนแรกคุยกับล่าก่อน ล่าเราอยากทำนู่นทำนี่ แต่พี่อี๊ดแกหวงแล้วแกห้าม ถ้าสมมติเรารับงานนี้ไป 2 คน แล้วคนอื่นจะอยู่ยังไง แต่เราอยากทำ อยากรับละคร อยากไปนู่นไปนี่ อยากรับรายการ แต่แกไม่ให้เลย”

ลาล่า : “เขาจะต้องเล่นทั้งวงเท่านั้น ติดต่อเขาคนเดียวเขาก็ไม่รับ”

อี๊ด : “เรา 20-30 ชีวิตเนี่ย ถ้าขาดใครคนใดคนนึงไป วงมันเล่นคอนเสิร์ตไม่ได้ อีก 20-30 กว่าคนเขาก็ไม่มีงาน พอไม่มีงาน เงินมันก็บริหารวงยาก ผมก็บอกบริษัท ถ้าไปอย่างน้อยก็อยากไปด้วยกัน อย่างหนัง แต่คนบริหารมันจะยาก มันจะมีที่ไหนรับไปเล่นทั้งวง”

ตอนนั้นกี่ชีวิต? อี๊ด : “เกือบ 30 ตอนนั้นอย่างโปงลางสะดิ้น ลำซิ่งส่ายหน้า ตอนนั้นก็หาบทให้เล่นกันทุกคน ก็เป็นการบอกเหตุผลว่าทำไมพี่ไม่ให้ไปเล่นละคร ถ้าไปเล่นละคร 2 คนไปเล่น น้องๆ ทุกคนก็ไม่ได้ทำงาน ผมแค่เอาเหตุผลบอกให้ฟัง”

ลาล่า : “แต่เราไม่เข้าใจ”

หลังจากที่เราบอกพี่อี๊ดไปแล้วว่าเราจะออกจากวง? ลาล่า : “ณ ตอนนั้นคิดว่าเขาเสียใจ พี่อี๊ดเป็นคนทำงานเก่ง แต่พี่อี๊ดไม่เก่งเรื่องบริหารจิตใจ เขาเป็นคนบอบบาง ไม่พูดจะให้ผู้จัดการวงมาพูดกับน้องๆ ว่ามันเป็นอย่างนั้นๆ นะ อะไรแบบนี้ แล้วเขาจะเป็นคนเสียใจง่าย เก็บทุกอย่างแล้วไม่พูด แม้กระทั่งตัวเองไม่สบายก็ไม่พูด เราไปเห็นอีกทีเวลาเราแสดงกับเขาเวลาอยู่ใกล้ๆ ตาแดง จับตัวร้อนเป็นไฟ ไม่สบายก็ไม่บอกเรา จะไม่เอาความรู้สึกที่ตัวเองเสียใจบอกน้องๆ จะแสดงศักยภาพว่ากูทำงานเก่ง ไม่ให้น้องๆ เห็นว่าตัวเองอ่อนแอเลย”

ย้อนไป 10 ปีที่แล้ว การที่เราไม่อยู่ค่ายเดิมจะดูเป็นเด็กไม่น่ารัก อกตัญญู เนรคุณ แต่ถ้าเป็นยุคนี้เอาตามสะดวกเลย 10 ปีที่ผ่านมา 3 คนไม่ได้เจอ ไม่ได้คุยกัน ครั้งแรกที่มาเจอมาคุยกัน เพราะอะไร?

ลาล่า : “เราเจอกับพี่อี๊ดตอนที่แยกกันเลย พอไม่ได้เจอเราโคตรอยากวิ่งกอดพี่เขา แล้วอยากเล่าให้ฟัง”

ลูลู่ : “มันเป็นแบบนี้นะ เหตุผลที่เราออกไป”

ลาล่า : “แล้วหายไปอีกสักพักใหญ่แล้วกลับมาเจอพี่อี๊ดในช่องของเขา เรามาทำคลิปเปิดใจกันไหม”

ลูลู่ : “ถ้ามีอะไรก็คุยกัน เปิดใจเลย เพราะเราโตแล้ว ลู่ว่าสมมติเราไม่ได้ก้าวออกมาจากตรงนั้น มันคงไม่ทำให้ทุกวันนี้ลู่กับล่าโตขึ้น ไม่รู้จักการรับผิดชอบ หรือการเป็นหัวหน้าหรือผู้นำ มันต้องใช้ยังไง ต้องทำยังไงบ้าง”

วันนั้นมันได้เคลียร์ โล่งไหม? ลาล่า : “โล่ง เพราะว่ามันมีช่วงที่เราได้เจอเขาบ้าง แล้วเราก็จำวันเกิดเขาได้ตลอด พยายามอยากที่จะไปหาในวันเกิดเขา ทุกครั้งที่เราสัมผัสเขาได้ตลอด เขาจะยกมือไหว้เราก่อน พี่ขอโทษนะ เราไม่รู้ว่าอะไรอยู่ในใจเขาที่มันรู้สึกผิดกับน้อง ความรู้สึกที่เขาพูดตลอด เขาอาจจะระเบียบกับเราเยอะเกินไป ทำให้เราไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาจะสื่อสารเราตลอด ซึ่งน้องจะดื้อ ด้วยความที่เขาเป็นผู้ชาย เราเป็นผู้หญิง เขาจะขอโทษ จะขึ้นต้นคำนี้ตลอด”

ตอนนั้นที่พี่เอ่ยขอโทษๆ พี่รู้สึกอะไร? อี๊ด : “พี่ไม่รู้ว่าน้องจะโกรธอะไรเรา มีอะไรที่เราทำไม่ดีหรือเปล่า เมื่อก่อนเป็นคนที่ระเบียบจัด เพราะเป็นวงของเรา เราถึงทำแบบนั้น แต่ถ้าที่ผ่านมาเราทำอะไรให้น้องไม่พอใจพี่ก็ขอโทษ”

รุ่นใหญ่มาขอโทษเราก่อน ชอโทษหลายๆ คำด้วย เราฟังแล้วรู้สึกยังไง? ลูลู่ : “ได้ปลดล็อค ทุกสิ่งทุกอย่างเราได้บอกพี่ชายไปแล้วว่าสาเหตุที่เราออกไปมันเป็นแบบนี้นะ เราอยากโตขึ้น อยากทำงานในหลายด้าน เผื่อแบบออกจากพี่อี๊ดจริงๆ เราก็ได้ทำอย่างอื่นนะ เราไม่ใช่รอให้พี่เขาป้อนให้เราอย่างเดียว มันรู้สึกว่าพอเรากลับมาตรงนี้อีกครั้ง เรารู้สึกว่าเราเป็นผู้ใหญ่ แล้วที่สำคัญพี่ชายคนนี้เปลี่ยนไปเยอะมาก เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาเป็นผู้ชายที่ละมุนไปเลย ใจเย็น ฟังน้องเยอะ ไม่เหมือนแต่ก่อน เขาฟังแต่เขาไม่ทำ”

ลาล่า : “เคยเจอไหมคอนเสิร์ตจะขึ้นอีก 10 นาทีเปลี่ยนสคริปต์ใหม่ทั้งแผงเลย”

อี๊ด : “คือเวลานี้มันเลยมาแล้ว อารมณ์คนมันเบื่อแล้ว เราเลยต้องเปลี่ยน หรือแม้แต่เราไปเล่นคอนเสิร์ตใหญ่วงที่เล่นก่อนเราเป็นใคร เปลี่ยนสคริปต์ด่วนเลย มันอาจจะไม่ดี แต่มันก็เปลี่ยนได้ไม่ต้องไปล็อคปกติ”

ลาล่า : “บางทีดุน้องบนเวที ล่ากับลู่ยิ้มสู้ไว้ น้ำตาจะไหล”

พอเวลาเปลี่ยนไปก็เปลี่ยนไปเลย เห็นบอกว่าตอนนี้เป็นผู้ชายสายเคป๊อบไปแล้ว? อี๊ด : “เดี๋ยวนี้ขึ้นเวทีไปมึงจะทำอะไรก็ทำเถอะ”

ลูลู่ : “ยืนดูเฉยๆ ก็ยังมี”

บนเวทีถ้าใครทำผิดหักเงิน? ลาล่า : “ล่าลู่แสตนบายอยู่ข้างบันได 2 ข้าง จดแต้ม ขา กิ๊ฟ ปิ่น ดอกไม้ใครหลุด แม้กระทั่งตอนซาวด์เช็กทีละ 100”

อี๊ด : “เราเป็นคนทำดนตรีเองเราจะรู้”

ลาล่า : “คือต้องถึงพร้อมกัน นักดนตรีต้องเข้าเวลานี้ ทุกอย่างจัดสรร”

อยู่ด้วยกันมา 20 ปีรักกันมาก สมัยก่อนตัวติดกันไปไหนไปกัน แต่ทำไมโดนจับอยู่คนเดียว? ลูลู่ : “รักมากแต่ก็ทิ้งพี่ได้ตอนนั้นไปทัวร์คอนเสิร์ต”

อี๊ด : “ไปทัวร์คอนเสิร์ตที่ฝรั่งเศส จะไปดิสนีย์แลนด์ พาวงทั้งหมดไปเจ้าภาพเขาพาไป ด้วยความที่เราชอบถ่ายรูปซื้อกล้องใหม่ ให้เด็กฝรั่งทารกดูดจุกก็ถ่ายไป 10 กว่ารูปจะเอากลับไปให้พ่อแม่ดู สักพักการ์ดตัวใหญ่ๆ เดินมา 4-5 คน อุ้มผมไปเลยนะ เข้าไปห้องลับ กดกล้องดูเขาลบหมดเลย สักพักตำรวจที่อยู่ข้างนอก ล็อคตัวผมไปนั่งในรถ เขาถามผมมาจากไหน ผมบอกไทยแลนด์ สักพักถึงโรงพักก็ล็อกผมลงไป เปิดประตูคุกเข้าไป เสร็จปิดประตูล็อก”

ระหว่างนั้นลาล่าลูลู่? อี๊ด : “ก็เล่นไวกิ้งของมัน คิดในใจไม่ห่วงกูเลย”

ลูลู่ : “เราไม่รู้”

อี๊ด : “ก็พี่คิดไง ไม่ถามหาหัวหน้าเลย หัวหน้าอยู่ไหน”

ลูลู่ : “ตอนเล่นเราแยกกัน เราไม่ได้ไปด้วยกัน พี่ไม่ได้ชอบขึ้นแบบเสียวๆ เพราะพี่หมดความเสียวไปแล้ว”

แล้วพอโดนจับแล้วทำยังไงต่อ? อี๊ด : “ผมก็นั่งนิ่งมองฝาผนังก็จะมีคนเขียน เหมือนเขามาที่นี่แล้ว คนนี้ประเทศนั้น ประเทศนี้เต็มไปหมด กูจะเขียนดีไหม มันมีหลายภาษา จะภูมิใจในตรงนี้ไหม แล้วมันมีดินสอวาง พี่ว่าจะเขียนแล้ว แต่ไม่ได้เขียน เพราะมันไม่ใช่เรื่องภูมิใจ อยู่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง เปิดประตูให้พี่ออกไป เขาคงเอาพาสปอร์ตไปเช็กต้องใช้เวลา แต่มึงเอารถไปรับกูแล้วมึงไม่ไปส่ง งงเป็นไก่ตาแตก กลับยังไง เงินก็ไม่มี”

คุณเล่นกันนานมากเลยนะ? ลูลู่ : “นานมาก สนุกมากเลย”

อี๊ด : “คิดดูปล่อยผมหน้าโรงพัก ผมก็ไม่มีเงิน ผมจะพูดยังไงกับเขาดี ก็เลยเดินออกมาข้างหน้ามีแท็กซี่ ก็โบกคิดว่าพอไปถึงที่นู่นน้องๆ เล่นกันเสร็จพอดี ก็บอกเขาไปดิสนีย์ เขาบอกโอเค ดิสนีย์เวิลด์ ดิสนีย์แลนด์ ดิสนีย์สตูดิโอหรือดิสนีย์อะไร เอาล่ะกูมาจากดิสนีย์อะไร ปัญหามันมีเรื่อยๆ ก็บอกว่าดิสนีย์แลนด์คำเดียวเลย พอไปถึงข้างหน้ามันจะมีป้ายแลนด์เวิลด์จะแยกกันอยู่ ก็บอกเขาไปทางนี้ โกรธมาก เจ้าภาพทำไมไม่หาเราเลย”

ลูลู่ : “น้องก็ไม่ตาม”

ลาล่า : “คือเขาปล่อยเที่ยว นัดเวลากันว่ากี่โมงให้มารวมกันจุดนี้ ถ้ารอกันเดี๋ยวมันช้าจะเที่ยวไม่ครบ”

อี๊ด : “ลงไปปุ๊บเจ้าภาพเดินมา ไปไหนมาพี่อี๊ด กูนั่งแท็กซี่ลงมามึงก็เห็น น่าจะสืบสาวราวเรื่องจากคนข้างในว่ากูยังไง”

โชคดีเจอเจ้าภาพอยู่หน้าดิสนีย์นะ เขาจ่ายเงินให้? อี๊ด : “เด็กๆ ก็อยู่”

ลาล่า : “คือได้เวลารวมตัวแล้ว”

แล้วไปรู้ตอนไหนว่าพี่เราไปติดคุกมา? ลาล่า : “เขามาเล่า”

ลูลู่ : “ก็เจอกันเขาเล่าให้ฟัง”

อี๊ด : “แล้วมันก็หัวเราะกันหมด โกรธก็โกรธ แต่ก็หันหน้าหนีอารมณ์นั้น”

ลาล่า : “แต่มีเด็ก backstage เดินตามเขาอยู่นะ แต่ไม่มีใครรู้ว่าเขาโดนรวบไปตอนไหน”

อีกหนึ่งสาเหตุที่กลับมารวมตัว เคลียร์ใจกัน เพราะกลัวคนจะลืมโปงลางสะออน? อี๊ด : “คิดถึงแฟนคลับ ทั้งช่องเราก็พูดถึงตลอด อยากให้กลับมาทำเพลง กลับมาขึ้นเวทีอีก”

ก็มียุคใหม่มาด้วย ต้องพัฒนา? อี๊ด : “ใช่ แต่ผมจะไม่เอามารวมวงเหมือนเมื่อก่อน เราจะเอาเป็นฟรีแลนซ์มากกว่า เขาต้องมีอย่างอื่นทำ ใครลาก็เอาคนนี้มาแทน ให้มันเป็นแบบนี้ดีกว่า เราก็สบายใจ ไม่ต้องไปอุ้มอะไรมาก”

อีกเรื่องนึงรู้สึกว่าดูแลเด็กใหม่ไม่เหมือนพวกเรา อย่างเช่นเรื่องอะไร? ลาล่า : “เรื่องของความเป๊ะ อืม…ไม่ต้องไปนี่หรอก สบายๆ”

อี๊ด : “ไปทัวร์คอนเสิร์ตนางรำก็จะซ้อมๆ กันแล้วลงมา ไอ้นี่ฤทธิ์เดิมจะออก ใช้ไม่ได้นะเนี่ย ไปเรียนมาจากไหน ทำไมยกขาแบบนี้ ชุดแบบนี้ไม่ได้เดี๋ยวพี่อี๊ดด่า มันหลายๆ ครั้งเข้า ผมก็สังเกตอยู่”

ลาล่า : “พวกเขาไม่เข้าใจ เพราะเขาเพิ่งเจอเรา แล้วเราเก็บความเนี้ยบมาจากเขาเต็มๆ 100% แล้วเรามองเห็นกับตาเลยว่าผ้าถุงก็ไม่เท่า มันไม่สวย มันไม่ใช่”

อี๊ด : “นี่มันไม่เข้าใจว่าเด็กมันเป็นฟรีแลนซ์มาเรื่อยๆ ไม่ใช่เด็กเก่าที่จะพูดอะไรก็ได้ เราก็เป็นห่วงน้องใหม่กลัวเขาไม่กล้ามาอีก ก็บอกล่าเดี๋ยวพี่คุยเอง ไม่เป็นไร”

กฎระเบียบเมื่อก่อน ห้ามมีแฟน ห้ามแฟนขับรถตาม ทุกวันนี้มีได้ไหม? อี๊ด : “เพราะตรงนี้เรารับคนนั้นคนนี้มาเป็นฟรีแลนซ์ เราถึงไม่ค่อยไปอะไรกับเขามากได้ แต่ต้องเป็นหน้าเดิมๆ ที่เคยมา ต้องไปฝึกก่อนนะ”

พอมารวมตัวกันในรอบ 10 ปี ความรู้สึกลึกๆ เป็นยังไง โหยหาไหม? ลูลู่ : “ดีใจมาก 10 ปีที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน ไม่ได้ขึ้นร้องเพลงด้วยกัน มันเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์มาก เป็นภาพที่มันลบออกจากสมองไม่ได้หรอก ทุกคนเห็น อี๊ด ลู่ ล่า โปงลางสะออนอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าเวลามันผ่านไป แต่เวลาที่มันหายไปตรงนั้นมันทำให้เรารู้ว่าเราต้องทำยังไง อะไรบ้าง เก็บประสบการณ์ทุกสิ่ง ทุกอย่างมาทำ”

ทั้งสองคนมีพวงมาลัยมาให้? ลูลู่ : “สิ่งที่ผ่านมาถ้าหนูทำอะไรผิดกับพี่ ไม่ว่าจะตั้งใจก็ดีหรือไม่ตั้งใจก็ดีที่ทำให้พี่ผิดหวังในตัวหนู หนูก็ขอโทษ หนูรู้ว่าพี่รักหนูแค่ไหน แล้วหนูก็รักพี่ขนาดไหน ขอบคุณทุกสิ่งที่สร้างหนูสองคนขึ้นมาทำให้ทุกคนได้รู้จัก ก่อนที่ก้าวออกไปทุกคนตราหน้าเราสองคนว่าเนรคุณ หนูไม่รู้ว่าจะพูดคำไหน ไม่อยากแก้ตัว แต่สิ่งที่หนูทำสองคนออกมาคือหนูไม่เคยลืมบุญคุณ หนูไม่เคยลืมคำว่าโปงลางสะออนเลย หนูต้องขอบคุณมากกว่าที่สร้างหนูมาจนถึงทุกวันนี้”

ลาล่า : “ล่าภูมิใจในพี่ชายคนนี้ ตั้งแต่เรียนจนเขาพาน้องๆ มาสู่ความสำเร็จวันนี้ เขาเป็นผู้ชายที่อเมซิ่งสำหรับเรามาก เขาสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตน้องหลายๆ คนให้อยู่สุขสบาย เปลี่ยนจากเด็กธรรมดา เปลี่ยนจากดนตรีพื้นบ้านให้กลายเป็นที่ฮิตสำหรับทุกโรงเรียน พาเราไปเที่ยว ไปแสดงหลายๆ ประเทศ ทุกครั้งที่เราพูดคำว่าโปงลางสะออนเราภูมิใจ วันนี้ต่อให้หนูต้องจากโลกนี้ไป หนูรู้สึกว่ามันจะเป็นที่จารึกจดจำพี่ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับคนทั้งโลกให้รู้จักคำว่าโปงลางสะออน”

พี่อี๊ดบอกอะไรน้องทั้งสองคนหน่อยได้ไหม? อี๊ด : “สองคนนี้เขาเป็นคนเก่ง เป็นคนมีของ พออยู่ด้วยกันเราจะรู้ว่าเขาเป็นยังไง ถึงจะไปอยู่ที่ไหน เสียงเป็นยังไง หั่นสับๆ มาก็จำได้ว่าคือเขา 2 คน เพราะอยู่ด้วยกันมาทุกช่วงอายุ เห็นวันนี้เขายืนได้ด้วยตัวเอง เขามีงาน มีการ มีธุรกิจของตัวเอง ผมก็ดีใจ มีความสุข ยังดีที่เรามีโอกาสได้ไปงานกันอยู่อาทิตย์ละครั้งสองครั้งก็ยังดี ได้พูดคุยกัน อย่างน้อยก็ทำให้แฟนเพลงที่เป็นแฟนคลับเราได้รู้ว่าน้องสองคนไม่ได้เป็นคนแบบนั้น

ที่ผ่านมาสิ่งที่ทำให้น้องเสียใจ แฟนคลับก็จะรู้แล้วว่ามันเป็นยังไง มันจะเป็นแรงบันดาลใจ และเป็นแรงที่จะส่งให้หนูเจริญก้าวหน้าต่อไป ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ถ้าหนูตั้งใจดี มีความจริงใจกับทุกอย่างที่ทำ พี่ว่ามันเป็นสิ่งที่ส่งให้หนูเจริญต่อไปในวันข้างหน้า”

คลิปสัมภาษณ์ อี๊ด ลูลู่ ลาล่า โปงลางสะออน