Monday, 26 February 2024

ครอบครัว น้องชมพู่ จ่อยื่นอุทธรณ์ข้อหาเจตนาฆ่า หลังศาลสั่งคุก ลุงพล

ครอบครัว น้องชมพู่ แถลงหลังศาลพิพากษาจำคุก ลุงพล 2 ข้อหารวม 20 ปี เตรียมเดินหน้าสู้ต่ ยืนอุทธรณ์ ข้อหาเจตนาฆ่า เผย ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 ธ.ค.2566 นายอนามัย วงศ์ศรีชา และ นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา พ่อแม่ของน้องชมพู่ พร้อมด้วย นายพิสิษฐ์ ตรัยเจริญเมธากุล และ นายจักรวาล อัครวิศาลหิรัญ ทีมทนายความส่วนตัว ร่วมกันแถลงหลังจากที่ศาลพิพากษา นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 317

ฐานกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จำคุก 10 ปี และ ฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาปราศจากเหตุอันควร จำคุก 10 ปี ข้อหาอื่นสำหรับ จำเลยที่ 1 หรือ ลุงพล ให้ยก และยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 หรือ นางสมพร หลาบโพธิ์ หรือ ป้าแต๋น กับให้จำเลยที่ 1 ชำระสินไหมทดแทนทางแพ่ง ให้แก่โจทก์ร่วมทั้งสอง (พ่อแม่น้องชมพู่)

ครอบครัว น้องชมพู่ แถลงหลังศาลพิพากษาจำคุก ลุงพล 2 ข้อหารวม 20 ปี เตรียมเดินหน้าสู้ต่ ยืนอุทธรณ์ ข้อหาเจตนาฆ่า

นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า วันนี้ศาลอ่านคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 317 วรรคแรก ฐานกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จำคุก 10 ปี ฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาปราศจากเหตุอันควร จำคุก 10 ปี

นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า ข้อหาอื่นสำหรับจำเลยที่ 1 ให้ยก และยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 กับให้จำเลยที่ 1 ชำระสินไหมทดแทนทางแพ่ง ให้แก่โจทก์ร่วมทั้งสอง คือ พ่อแม่ของน้องชมพู่ เป็นเงินคนละ 1,100,000 บาท

นายพิสิษฐ์ กล่าวอีกว่า ท่านวินิจฉัยร่วมว่า ยังมีข้อสงสัยตามสมควรแต่ก็มีประเด็นที่เราเห็นแตกต่างกันซึ่งในข้อเท็จจริงท่านวินิจฉัยไว้เป็นขั้นตอนและสมเหตุสมผลเพียงแต่ที่พนักงานอัยการ ฟ้องไปในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเล็งเห็นผล เรายังเชื่อในทางนั้นอยู่แต่ศาลวินิจฉัยเอาไว้ว่า จำเลยน่าจะเข้าใจผิดว่าน้องได้เสียชีวิตไปแล้ว จึงนำขึ้นไปไว้บนเขา

นายพิสิษฐ์ กล่าวด้วยว่า แต่เรารู้สึกเห็นแย้งและเห็นต่างไปจากท่าน เนื่องจากเรามองว่า ถ้าหากเราอุ้มเด็ก ลมหายใจก็จะติดอยู่กับตัวของเรา เราก็ยังจะทราบว่าเด็กมีชีวิตอยู่หรือไม่ ระยะทางกว่าจะขึ้นไปจนถึงที่เกิดเหตุ เชื่อว่าคนอุ้มจะต้องทราบดีอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังมีของเล่นเด็กที่ไปตกอยู่บนเขาด้วย เราเชื่อว่ามีคนเอาเด็กไปไว้บนเขาและนำของเล่นเด็กขึ้นไปให้ด้วย

นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ เราไม่ก้าวล่วงคำวินิจฉัยของศาล แต่เราก็เคารพคำวินิจฉัยของผู้พิพากษา ซึ่งในส่วนนี้เราจะใช้สิทธิ์อุทธรณ์ในคำพิพากษาของศาลชั้นต้นไปยังศาลอุทธรณ์ต่อไป ทุกข้อหาที่เราฟ้องไปเบื้องต้นจะยื่นอุทธรณ์ทั้งหมด

นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่ศาลลงโทษจำเลยที่ 1 ว่าประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เราก็เคารพ แต่ก็มีข้อเท็จจริงที่มากเพียงพอที่จะยื่นอุทธรณ์ว่าจำเลยทราบว่าเด็กหรือน้องชมพู่ยังมีชีวิตอยู่จึงนำไปปล่อยไว้บนเขา

ด้าน นายจักรวาล กล่าวว่า ส่วนที่ศาลวินิจฉัย เพราะว่าพยานหลักฐานต่าง ๆ มันสามารถเชื่อมโยงกันได้ เริ่มจากพนักงานสอบสวนที่มีการรวบรวมพยานหลักฐานเชื่อว่าไม่ได้เข้าข้างผู้ใดและเป็นเรื่องพิรุธของตัวจำเลยเองที่ให้การขัดแย้งกับพยานของตัวเอง ในเรื่องช่วงเวลาที่เกิดเหตุและพยานแวดล้อมที่ใกล้ชิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น

นายจักรวาล กล่าวต่อว่า มีพยานบุคคลที่เห็นตลอดเส้นทาง จำเลยอ้างว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้อง และเหตุผลที่สำคัญคือเหตุผลทางนิติวิทยาศาสตร์ มีการรวบรวมเป็นขั้นตอนและละเอียดมาก มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย เรื่องเส้นผมที่อยู่บนรถของจำเลยที่ 1 ด้วย

ขณะที่ นางสาวิตรี กล่าวว่า ตอนเช้าตื่นเต้น แต่พอได้รู้ผลยอมรับว่าพอใจ จริง ๆ แล้วความตั้งใจของแม่อยากรู้ว่ามีคนทำให้น้องตายคือใคร พอได้รู้ผลตรงนี้แล้วก็ถือว่าพอใจ แม้ว่าศาลจะตัดสินออกมาไม่ตรงกับคำฟ้องของอัยการ แต่คดีนี้คนร้าย

แม่น้องชมพู่ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ยังไม่ได้คิดอะไรมาก ยอมรับว่าพอศาลตัดสินลงโทษจำเลยรู้สึกตื่นเต้นและยังไม่ได้คิดอะไรที่เป็นรายละเอียดนอกเหนือจากนี้ในคดี อยากขอบคุณศาลจังหวัดมุกดาหาร ขอบคุณกระบวนการยุติธรรม ขอบคุณตำรวจ ขอบคุณเพื่อน ๆ ชาวบ้านทุกคนที่ให้กำลังใจ

ขณะที่บรรยากาศที่อยู่ในศาลคู่กรณีก็ไม่ได้มาพูดคุยหรือว่ายกมือขอโทษอะไร พร้อมกับไม่อยากตอบปัญหาครอบครัว