Thursday, 22 February 2024

เปิดข้อต่อรอง “แป้ง นาโหนด” ครอบครัวทำใจ อาจถูกจับตาย ยันไม่รู้ตอนนี้หนีไปอยู่ที่ไหน

เปิดข้อต่อรอง “แป้ง นาโหนด” ครอบครัวทำใจ อาจถูกจับตาย ยันไม่รู้ตอนนี้หนีไปอยู่ที่ไหน หรือหนีออกนอกประเทศ

เป็นเรื่องราวมหากาพย์เลยทีเดียวกับเรื่องราวของ “เสี่ยแป้ง” หรือ “แป้ง นาโหนด” นักโทษหนีคุก ที่เวลาผ่านไป 44 วันแล้วแต่ยังจับตัวไม่ได้ แถม เสี่ยแป้ง ยังอัดคลิปร้องขอความเป็นธรรม กลายเป็นกระแสสังคมขึ้นมาทันที เหมือนเป็นการฉีดหน้าตำรวจ กระบวนการทางกฎหมายต่างๆนานา มึนงงกันไปหมดว่ามันมีเรื่องแบบนี้ได้ด้วยเหรอในสังคมไทย


นอกจากนั้นยังเกิดการพาดพิงถึงอัยการท่านหนึ่งชื่อ เป็นตัวหลักสำคัญที่ทำให้ เสี่ยแป้ง โกรธแค้น ทั้งยังมีตำรวจหลายท่านที่ทำให้ เสี่ยแป้ง รู้สึกเจ็บช้ำจนต้องหนีออกจากคุกเพื่อต้องการออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม รู้สึกว่าทำไมตนถึงโดนคนเดียว คนอื่นได้ประกันตัวกันหมด จึงเป็นเหตุผลให้ เสี่ยแป้ง หนี

ทำให้หลายคนสงสัยที่มาที่ไปของเสี่ยแป้ง ตกลงที่ถูกจับมันยังไงกันแน่ แล้วทำไมถึงไปพาดพิงอัยการ พาดพิงตำรวจ และ เสี่ยแป้ง ยังบอกอีกว่าที่ตำรวจบอกว่าจะตามไปเจรจา แต่จริงๆแล้วจะไปวิสามัญตนเพราะเอาปืน m79 ขึ้นไป ตำรวจบอกไม่ใช่


ซึ่งโหนกระแสวันนี้(1 ธ.ค.66) จะมาคุยกันถึงกระแสเรื่องราวของ แป้ง นาโหนด หรือ เสี่ยแป้งอีกครั้งโดยมี “ไสว รุยันต์“ นักข่าวภูมิภาค ประจำจังหวัดพัทลุง ”นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตร์อารีย์รัตน์“ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี และ ”วัชรินทร์ ภานุรัตน์“ รองอธิการบดีอัยการสำนักงานการสอบสวนและรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด มาร่วมพูดคุยกันในวันนี้

ประเด็นนี้พัวพันไปหลายคน หลายฝ่ายมาก?
นายกองตรี ดร. ธนกฤต : “ใช่ครับ เราเฝ้ามองเรื่องนี้ตลอดเวลาที่ตำรวจดำเนินการหลังจากที่เขาได้หลบหนีจากเรือนจำมา แล้วทำไมถึงวนมาที่ผมได้ ยืนยันครับว่าส่วนตัวไม่รู้จักกับแป้งเลย ผมแค่มีอาชีพเป็นทนายความ และคุณชัชวาลย์ก็เป็นทนายความเหมือนกัน เขาเป็นคนทำคดีให้กับแป้ง แกก็ติดต่อมาอยากจะร้องขอความเป็นธรรม อยากให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองทราบ แล้วก็ทอดเวลามาเป็นหลักเดือนแล้วก็ยังจับตัวไม่ได้ และไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน เลยมองว่าถ้าเรายังใช้วิธีควานหาแบบนี้อย่างเดียวมันน่าจะเสริมไปหน่อยว่าทำไมเขาถึงแหลก หลบหนี ในมุมของเขาถึงแม้ศาลจะตัดสิน20 ปี แต่เขายังมีชั้นอุทธรณ์ ยังมีชั้นฎีกาได้อีกถึงแม้ว่าจะถูกพิพากษาลงโทษเท่านี้ ในทางจำคุกจริงๆมันก็จะมีกระบวนการลดโทษ อภัยโทษ หรืออะไรก็ตามทำให้เขาติดคุกไม่นาน“

หนุ่ม กรรชัย พิธีกรเสริมว่า ”ในบริบทสังคมต้องแยกให้ออกก่อน อันดับแรกเสี่ยแป้งผิด ก็ต้องว่าไปตามผิด เขาเป็นนักโทษที่ศาลตัดสินมาแล้วว่าผิดจริง แต่อีกอีกมุมที่เขาอยากจะร้องความเป็นธรรมก็อีกส่วนหนึ่ง เป็นเรื่องที่ต้องหาความจริง แต่การหาความจริงไม่ใช่เป็นการคืนความเป็นธรรมให้กับเสี่ยแป้ง แต่เป็นการคืนความเป็นธรรมให้กับสังคม“

เห็นว่าตอนนี้ต้นคลิป ”คุณไสว“ เดือดร้อนมาก?
ไสว : “เราก็ทำหน้าที่ของเราที่เป็นสื่อนำเสนอเรื่องราวการหลบหนีออกจากเรือนจำของเสี่ยแป้ง จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลา 44 วัน เราเกาะติดสถานการณ์มาตลอด แต่ในประเด็นการนำเสนอของสื่อ เราต้องนำเสนอ 2 ทาง หนึ่งคือการนำเสนอการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ สองผู้ที่ถูกตามจับก็คือ เสี่ยแป้ง ณ วันนี้หลังจากที่ได้รับการติดต่อในเรื่องของการปล่อยคลิปออกมา ก็คือติดต่อผ่านผม เราในฐานะคนกลางก็นำเสนอ

แต่ถามว่าในบริบทตรงนั้น ณ วันนี้ ผมถูกเจ้าหน้าที่เรียกตัวเข้าไปตั้งแต่มาออกรายการ แต่เราก็เข้าใจว่าเขาก็ทำหน้าที่ของเขา เราก็ทำหน้าที่ของเรา เรามีข้อมูลแค่ไหนเราก็นำเสนอแค่นั้น เราไม่ได้รู้รายละเอียดลึกไปกว่านั้น ที่เขาเชิญไปก็คงสอบถามว่าคุณได้คลิปมาได้อย่างไร ใครติดต่อมา คนพัทลุงผมเองรู้จักเกือบทุกชั้น ชาวบ้าน รากหญ้า ข้าราชการ นักการเมืองผมรู้จักหมด

ผมตามเรื่องนี้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ตอนที่เสี่ยแป้งโดนจับกุม ผมเองก็ไปทำข่าวมาอย่างต่อเนื่อง จรวดผมก็ไปเริ่มมาตั้งแต่ตอนแรกในการทำข่าว”

แล้วเสี่ยแป้งติดต่อมายังไง ส่งข้อความมาหา?
ไสว : “ใช่ครับ วันแรกเขาโทรผ่านไลน์มาว่าพูดว่าจำได้ไหมว่าใคร พูดไปไม่เท่าไหร่ผมก็บอกว่าจำเสียงได้ ก็ถามเป็นยังไงบ้าง เขาก็บอกปลอดภัยดี คุยๆไปผมก็บอกน้องมีปัญหาอะไรก็ว่ามา มีอะไรไม่สบายใจก็ว่ามาพี่เป็นสื่อกลางให้ก็ได้ เขาก็บอกว่าวันนี้ยังทำอะไรไม่ได้ ขอไปคิดก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาคุยใหม่ แล้วก็แยกกันไป

เวลาล่วงเลยมา ผมก็บอกเขาจะคุยอะไรก็ว่ามา เขาก็ให้ผมตั้งคำถามไป ผมก็พิมพ์ไป ถามว่า สาเหตุที่หลบหนีเกิดจากอะไร มีความกดดันอะไร และหลังจากนี้จะไปไหนต่อ เขาก็ตอบมาว่าครับ อีกวันหนึ่งก็นัดกันว่าจะมีการวีดิโอคอลเข้ามา แต่ก็ไม่มา“

ตำรวจล้อมเขาบรรทัดไว้หมด ตำรวจอยู่เต็มเขา แล้วเสี่ยแป้งลงมาจากเขาได้ยังไง?
ไสว : ”ง่ายๆเลย เป็นเรื่องทางภูมิศาสตร์ เสี่ยแป้งอยู่ในชัยภูมิที่ดีกว่า ตำรวจขึ้นจากข้างล่างไปข้างบน แต่แป้งอยู่ที่สูงชัยภูมิเขาดีกว่าอยู่แล้ว เขาสตาร์ทแล้วก็ตีกลับไปอีกทางหนึ่ง ไปทางฝั่งที่ตำรวจไม่ได้ดัก ถูกต้องที่ตำรวจล้อมเขาบรรทัดไว้หมด ระยะจากจุดปะทะไปยังเทือกเขาใช้ระยะเวลาเพียง 3 ชั่วโมง แล้วมีข่าวว่าเสี่ยแป้งโดนยิงตำรวจชุดแรกขึ้นไป 12 นาย ถามว่าตำรวจ 12 จะล้อมเขาลูกหนึ่งได้เหรอ ไม่ได้ ล้อมเขาคืออยู่รอบ 4 จังหวัด จากนั้นเขาถึงวางกำลังตรึงรอบเขาบรรทัด วันแรกไม่กี่จุด”

เสี่ยแป้งยังอยู่ในประเทศไทย?
ไสว : “คิดว่ายังอยู่
นายกองตรี ดร.ธนกฤต : “ไม่รู้เลย ผมไม่รู้จริงๆ ด้วยผมไม่ได้สื่อสารตรงๆกับเสี่ยแป้ง สองผมไม่ได้สื่อสารตรงกับคนใกล้ชิดเสี่ยแป้งเท่ากับพี่ไสว แต่ผมสื่อสารตรงกับทนายของเสี่ยแป้งเท่านั้นเอง ทนายเขาไม่ได้พูดว่ายังอยู่ การที่จะหาตัวเสี่ยแป้งเป็นเรื่องของตำรวจ ผมมีหน้าที่เดียวคือถอดความคิดว่าเขาต้องการอะไร นี่คือหน้าที่ผมที่มารองรับตรงจุดนี้ และเขาจะต้องมายื่นเรื่องอย่างไร”

เรื่องที่เข้าใจกันอยู่ตอนนี้ถูกต้องไหม?
วัชรินทร์ : “ตามเนื้อข่าวถูกบางส่วน บางส่วนก็ไม่ถูก เพราะบางทีเราต้องฟังข้อเท็จจริงจากในสำนวน ข้อเท็จจริงในมุมอัยการเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2562 เกิดจากการที่ตำรวจชั้นสืบสวนภาค8 ไปจับที่พัทลุง คนก็ตีตรงนี้ว่าสืบภาค 8 ทำไมถึงไปจับที่พัทลุง ภาค 9 ได้ จริงๆไม่ว่าตำรวจที่ไหนมีอำนาจจับกุมหมด ศาลฎีการับรอง เพียงแต่การจับกุมของตำรวจกลุ่มนั้นทำโดยสารวัตรสืบภาค 8 กับลูกน้องซึ่งเป็นตำรวจทั้งหมด เป็น 7+1 อีกคนเป็นพลเรือนที่เป็นสายลับ เรื่องมันเกิดจากเรื่องนี้ตรงๆ ก็คือไปจับคุณจรวดนั่นแหละ

เรื่องมันเกิดจากยาเสพติด แต่วันนั้นพอไปจับจริงๆไม่มียาเสพติด ได้ปืน จรวจก็โชว์เลยว่าปืนมีใบอนุญาตให้มีและใช้ สองโชว์ว่ามีใบอนุญาตพกพา ตำรวจชุดนี้ไม่เชื่อ เพราะดูแล้วไม่ชัดเจน ก็เลยเอาตัวขึ้นรถ โดนหลักการจับกุมของตำรวจ ถ้าทำผิดเขาต้องพาไปสถานีตำรวจเพื่อดำเนินคดีแจ้งข้อหา แต่ข้อเท็จจริงในสำนวนคือจับแล้วไม่ได้พาไปส่งที่สถานีตำรวจ แต่วนรถอยู่ตั้งแต่กลางวัน เปิดโอกาสให้จรวดโทรศัพท์ เขาโทรหาพ่อกับภรรยา โทรหาอัยการบอย

เราต้องยอมรับว่ากลุ่มอัยการบอย กับกลุ่มจรวดและพ่อรู้จักกันดี ในสำนวนเขาก็ยอมรับว่าเขารู้จักกันดี และอัยการบอยกับแป้งก็รู้จักกัน มันเลยเป็นที่มาแบบนี้ อัยการบอยตอนที่ตำรวจจับก็ไม่รู้ว่าตำรวจชุดไหนจับ ก็พยายามจะสืบสวนเพื่อให้ทราบว่าคนที่จับมาเป็นตำรวจหรือไม่ใช่ตำรวจกันแน่ เลยเกิดการระดมพลโดยใช้อาวุธ มีอาวุธสงครามด้วย มีปืนสั้นปียาวเพื่อไปช่วยจรวด

จุดที่เกิดเรื่องคือจุดที่ตำรวจสืบภาค 8 ชุดนั้น 7+1 พาไปที่สถานีตำรวจนาขยาด เลยการรายการขึ้น ทางนั้นก็เกิดการระดมเพื่อจะไปช่วยชิงตัวจรวด โดยทั้งหมดมีอาวุธ เราตอบไม่ได้ว่าคนในที่เกิดเหตุมีใครบ้าง มีอัยการบอยไหม หรืออัยการบอยจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังอย่างที่เขากล่าวหา เราไม่รู้

สำนวนชัดเจนว่าตอนต้นตำรวจในพื้นที่จับกุมถูกดำเนินคดีก่อน เพราะเขาแย้งชิงตัวมาได้ จรวดหลุดมาพร้อมกระเป๋าใบหนึ่ง มีใบกระท่อมอยู่ด้วย ซึ่งบอกว่ากระท่อมเป็นของตำรวจชุดนั้น และจรวดบอกว่าเงินหายไปด้วย เป็นเหตุให้จรวดไปแจ้งความดำเนินคดีกับชุดจับกุม ฉะนั้น 7+1 ถูกดำเนินคดี ตำรวจรับแจ้งจริงๆเรื่องนี้ต้องถูกส่งไป ป.ป.ช. ตามกฎหมายตำรวจส่ง ป.ป.ช. แต่ ป.ป.ช. คืนสำนวนมาให้ตำรวจทำ แสดงว่าตำรวจมีอำนาจสืบสวน อันนี้คือคดีที่ 1

ส่วนคดีที่2 ที่เป็นคดีเจ้าปัญหา ที่ แป้ง นาโหนด โวยวายว่าทำไมมีตัวเองคนเดียว ต้องเรียนว่าการพิจารณาเรื่อง บางทีข้อเท็จจริงข้างนอกกับในสำนวนมันแตกต่างกัน เราไม่สามารถเอาข้อเท็จจริงนอกสำนวนมาพิจารณาได้ อัยการก็ต้องพิจารณาคดีจากในสำนวน ในสำนวนต้องยอมรับว่าชุดตำรวจสืบภาค 8 ทั้งหมดจะต้องให้การยืนยันว่าใครไปบ้าง ใครเห็นเหตุการณ์ ใครไปชิงตัวใคร

ปรากฎว่าตอนนั้นในสำนวนเบื้องต้นที่อัยการจังหวัดพัทลุงได้มาจากตำรวจเห็นควรสั่งฟ้องมา อัยการบอยก็เป็นผู้ต้องหา เสี่ยแป้ง นาโหนด ก็เป็นผู้ต้องหา 4-5 คนเหล่านี้เป็นผู้ต้องหาหมด แต่ปรากฎว่าในสำนวนอัยการจังหวัดพัทลุงตั้งอัยการขึ้นมาที่ทำสำนวนนาขยาด ถ้าพยานหลักฐานในสำนวนมันไม่ขี่ว่าใครไปบ้าง ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร อัยการที่ดูแลสำนวนในตอนนั้นก็เลยสั่งไม่ฟ้องทั้งหมดเลย รวมถึงแป้งด้วย

แต่เรื่องมาเกิดอีกตรงที่ว่า มีผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรม สองอัยการบอย ถือเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ถือเป็นคดีสำคัญ เขาก็เลยส่งอัยการอธิบดีภาค 9 ซึ่งคุมอธิการบดีจังหวัดพัทลุงอีกที ก่อนจะไปถึงอธิการบดีภาค 9 ต้องไปรองอธิการบดีภาค 9 ก่อนปรากฎว่าท่านอธิการบดีภาค9 ท่านดูสำนวน ท่านไม่เชื่อว่าทำไมถึงไม่มีใครชี้ตัวเลย ท่านก็สั่งสอบเพิ่ม ท่านก็ถามว่าทำไมไม่มีใครชี้ตัว ในเมื่อทุกคนก็เคยไปจับกุมแป้งมาก่อน ก็มีการสอบเพิ่มอีก
พอสอบเพิ่มเลยได้ผู้ต้องหาเพิ่มมาอีก 2 คน หนึ่งคือแป้ง สองคือจรวด เพราะจรวดตอนหนีจากการจับกุมของตำรวจเฉพาะกิจมีการเอาปืนยิงขาตำรวจคนหนึ่ง ซึ่งมีข่าวว่าไม่กล้าเข้ารักษาที่โรงพยาบาลตรงนั้น แต่ไปรักษาที่กระบี่ อธิการบดีภาค 9 มองเห็นว่าคนทำผิดมีอยู่ 2 คน ท่านเลยสั่งฟ้อง แป้ง โดนข้อหาปล้นทรัพย์ มีอาวุธปืน ข่มขืนใจผู้อื่น และอีกหลายข้อหา กับ จรวด โดนข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ต้องโทษ 10 ปี ย้อนไปที่สำนวนแรก สำนักงานอัยการปราบปรามการทุจริต เขามองว่าสำนวนของตำรวจชุดนี้เหมือนจะทำโดยไม่ชอบ เขาก็มองว่าเมื่อไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำโดยชอบ การที่จรวดยิงจึงเป็นการยิงคนธรรมดา ไม่ใช่เจ้าพนักงาน

แล้วมันฟ้องไม่พร้อมกัน เลยทำให้ แป้ง เข้าใจว่าตัวเองถูกดำเนินคดีคนเดียว ซึ่งเอาจริงๆ แป้ง กับ จรวด คดีไม่เหมือนกัน คนละคดีกัน แป้งฟ้องทีหลัง และแป้งต่อสู้คดีจนสุดท้ายศาลจังหวัดพัทลุงลงโทษเป็นร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน มียานพาหนะ ข่มขืนใจผู้อื่น นี่คือสาเหตุที่ทำให้แป้งติดคุกต้องโทษ 20 ปี โดนเพิ่มโทษในเรื่องของที่ก่อนหน้านี้แป้งเคยถูกดำเนินคดี“

จากนั้นทางรายการได้ต่อสายเพื่อพูดคุยกับ “พงษ์ยุทธ“ พี่ชายของ “เสี่ยแป้ง” โดย “หนุ่ม กรรชัย” พิธีกร ได้ถามว่าเสี่ยแป้งได้ติดต่อมาบ้างไหม ซึ่ง พงษ์ ก็เล่าว่า….
พงษ์ : ”ไม่ได้ติดต่อมาเลยครับ“

คิดว่าน้องชายยังอยู่ในประเทศไทย?
พงษ์ : “ไม่ทราบเหมือนกันว่าน้องชายผมหนีไปอยู่ที่ไหน ไม่ได้รับการติดต่อมาเลย“

พอจะทราบไหมว่าตอนนี้เสี่ยแป้ง อาจจะเข้าใจผิดในบางเรื่องว่าทำไมคนอื่นๆได้ประกันตัว แล้วตัวเขาไม่ได้ประกัน อันนี้ เสี่ยแป้งเขาพอจะเข้าใจไหมว่าทำไมเขาถึงไม่ได้รับการประกันตัว?
พงษ์ : ”ใช่ครับ ผมคิดว่าก็เป็นไปตามที่น้องชายผมได้พูดไปแล้วในคลิปว่าเขาไม่ได้รับความยุติธรรมที่เขาได้ไปช่วยเหลือกลุ่มคนเหล่านั้น แล้วผลสุดท้ายเขามาโดนคดีเสียเอง คนที่เป็นเจ้าของคดีกลับไม่โดนคดีอะไร“

กังวลใจไหมหากแป้งยังไม่มีการออกมามอบตัวแบบนี้แล้วเขาจะถูกจับตาย?
พงษ์ : “จุดนี้ผมและครอบครัวทำใจไว้แล้ว ในเมื่อน้องชายผมไม่ได้รับความยุติธรรม และจะมาโดนวิสามัญ ทางญาติพี่น้องก็ทำใจไว้แล้ว เราพร้อมทวงความยุติธรรมให้กับเขาให้ได้”