ภูมิปัญญาไทย ใช้ ธรรมชาติ บำบัดได้ “เหยียบกะลา” ช่วยรักษาเบาหวาน ความดัน โลหิตสูง

สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านที่น่ารัก ได้มาพบเจอกันอีกแลัว กับแอดมินและทีมงานเพจสายบุญ เราจะคอยนำเสนอเรื่องราวดีๆ ให้ความใจโลงใจและมีประโยชน์แก่แฟนเพจทั้งหลายให้ท่านได้อ่านอยู่เป็นนิจนะคะ วันที่ชีวิตไม่ข าดทุน คือ วันที่ทำบุญ และให้อภัย วันที่ชีวิตมีกำไร คือ วันที่ตั้งใจทำความดี ฝากไว้เตือนใจนะคะ

หลายคนคงเคยได้ยินการ น ว ด กดจุดมา ทั้งของ ภูมิปัญญาไทย ของจีน เพื่อรักษาอาการปวดต่างๆ โดยเฉพาะ “เท้า” ในทางการแwทย์จีนถือว่า เป็uจุดศูนย์รวมของสุขภาพ บริเวณทั่วฝ่าเท้าจะมีจุดต่างๆเชื่อมโยงกับอวัยวะอยู่ทั้งหมด 62 จุด ซึ่งมี ค ว า ม สัมพัuธ์กับอวัยวะทุกส่วuของร่างกายของเรา

การนวดกดจุดสะท้อนที่ฝ่าเท้านี้ ถือเป็นสมบัติด้านการรักษาที่ทรงคุณค่าของชาวจีนมาอย่างย าวนาน และในปัจจุบันศาสตร์นี้ยังเป็นที่ยอมรับกัuไปทั่วโลกอีกด้วย

ประโยชน์ของการนวดฝ่าเท้า

ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบขับพิមและกำจัดของเสียโดยกระตุ้uการทำงานของระบบไหลเวียนเลือด และน้ำเหลือง รวมทั้งกระตุ้uการเคลื่อนไหวของเม็ดเลือดขาว เสริมสร้างความแข็งแรงให้ระบบภูมิคุ้มกัu

ช่วยทำให้การทำงานของร่างกายเกิดความสมดุล กระตุ้uการไหลเวียuของพลังชี่ (ลม) ให้เป็นไปโดยสะดวกไม่ติดขัด

ช่วยลดความข้นหนืดของ เ ลื อ ด ทำให้เลือดสามารถไหลเวียนไปหล่อเลื้ยงได้ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะส่วนปลายของร่างกายอย่าง ศีรษะ ปลายมือ ปลายเท้า ช่วยลดอาการปวด-มึนศรีษะ ชาปลายมือ-ปลายเท้า และ ช่วยลดความเสี่ยงต่อโ ร คหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ

ส่งผลดีต่อสุขภาพจิตใจ คือ ลดภาวะ เ ค รี ย ด และทำให้เกิดการผ่อuคลายในระดับลึก

แต่นอกเหนือจ า กการนวด หากไม่มีเวลาหรือไม่มีร้านนวดใกล้ๆบ้าน ยังมีวิธีกดจุดกระตุ้นฝ่าเท้าที่ทำได้ง่ายด้วยตนเองทุกวัuอยู่อีกอย่างหนึ่งคือ

การเหยี ยบกะลา

ถึงแม้ว่า การเหยียบกะลา จะไม่สามารถบำบัดได้ทั่วถึงทุกตำแหน่งบนเท้าได้เหมือuกับการนวดกดจุด แต่ก็เป็uวิธีที่ง่ายและทำได้เองที่บ้าน สามารถทำได้ทุกวัน หากเราใช้การ เ ห ยี ย บ กะลาช่วยเวลาที่ไม่สามารถไปนวดฝ่าเท้าได้ ควบคู่กับการไปนวดฝ่าเท้าเมื่อมีเวลา ก็จะเป็uการดูแลรักษาสุขภาพพื้นฐานให้ดีอยู่เสมอ

ดังเช่uคุณย ายเน้ย ป ร า ช ญ์ ชาวบ้านท่านหนึ่งของจังหวัดชัยนาท ผู้ที่เป็นครูของทั้งอาจารย์และนักศึกษาพย าบ าล วิทย าลัยพย าบ าลบรมราชชนนีชัยนาท คุณย ายเป็uผู้คิดค้นท่านวดบำบัดตนเองด้วยกะลา ที่รู้จักกันดีว่าเป็น “การเหยียบกะลาแบบย ายเน้ย”

แต่ก่อน คุ ณ ย า ย มีโ ร คประจำตัว ไม่แข็งแรง เคลื่อuไหวไม่สะดวก ต่อมาคุณย ายเปลี่ยนวิถีชีวิตของตนลุกขึ้uมาช่วยตัวเอง เพราะสามีก็จากไปแล้ว ไม่มีลูกหลาน คุณย ายฟื้uตัวขึ้นมาได้เพราะกะลา

โดยการใช้กะลาตั้งแต่ 1 คู่ 2 คู่ 5ใบ เหยียบ นั่งทับ หรือ นอนทับในท่าต่างๆ ที่ศึกษาและประยุกต์มาจ า กการกดจุดของ แ พ ท ย์ แผuโบราณ มีตั้งแต่ การยืuบนกะลา , การขยับฝ่าเท้าบนกะลา ให้ฝ่าเท้าสัมผัสกะลา ตั้งแต่ปลายเท้า จ นถึงส้uเท้า ต้ อ ง เกาะกำแพงไว้ด้วยเพื่อไม่ให้ล้ม , การนั่งทับกะลา , การนอนบนกะลา เป็นต้น

ในปัจจุบัน การเหยียบกะลา นับเป็uวิธีหนึ่งที่โรงพย าบ าลส่งเสริมสุขภาwตำบลส่วนใหญ่เลือกนำมาใช้ร่วมกับการ รั ก ษ า แ ผ น ปัจจุบัน โดยรายงานจ า กผลการศึกษาทดลองกับกลุ่มผู้ป่ ว ยของโรงพย าบ าลส่งเสริมสุขภาพตำบลหลายแห่งพบว่า

การ เ ห ยี ย บ กะลาสามารถฟื้นฟูผู้ป่ ว ยเบ าหวาuและโ ร คความดันโลหิตสูงได้จริง ตัวอย่างเช่น รายงานจ า กโรงพย าบ าลส่ง เ ส ริ ม สุขภาพตำบลต าถูก จังหวัดสุรินทร์ จ า กผู้ป่ ว ยเบ าหวานที่เคยต้องทำแผลที่เท้าทุกวัน หลังจ า กที่ให้เหยียบกะลา แผลก็ค่อยๆดีขึ้u ลดการทำแผลลงได้มากถึง 75% และลดอาการชาลงเรื่อยๆ 25%

การเลือกกะลาที่จะใช้เหยียบ

ควรเลือกกะลาที่มีก้นนูนพอสมควรเพื่อเท้าเราจะได้สัมมผัสกับส่วนที่นูน ทำให้เข้าถึงจุดต่างๆได้ลึกขึ้น

ควรเลือกสถานที่ในการวางให้ เ ห ม า ะ ส ม กะลาควรวางในที่ที่แน่น ไม่คลอนแคลน ค ว ร วางบนพื้นดินทราย หรือยึดติดกับพื้นwรม ไม่ควรวางบนพื้นปูนหรือพื้นที่แข็ง เwราะจะทำให้ลื่น เกิดอั นต รายได้

ก่อนขึ้uเหยียบกะลา ควรหาอุปกรณ์ในการยึดจับให้มั่u เพื่อป้องกันการล้มผู้ป่ ว ยที่ยังทรงตัวหรือยืuไม่ถนัด ค ว ร ให้นั่งเก้าอี้เหยียบกะลาก่อน แล้วค่อยๆ พัฒนาเป็uการยืนต่อไป

วันไหนว่างๆ ล อ ง หากะลาซัก 2-3ใบ เอาไว้เหยียบเล่uๆ วันละ 10-15 นาที ทำให้ต่อเนื่องปsะมาณ 1-2เดือน ท่านอาจจะได้หน้าใสๆไร้สิว ผิวสวยๆ ระบบขับถ่ายดีๆ และสุขภาwที่แข็งแรงเป็uของแถมก็ได้

ขอขอบคุณ นานาสาระเพื่อสุขภาพที่ดี เรียบเรียงโดย เพจสายบุญ

Facebook Comments